ส่วนกรรมที่สอง เรา เป็นโรคความดันต่ำ เพราะกรรมที่เราชอบเบียดเบียนผู้อื่น เอารัดเอาเปรียบเขาด้วยกลโกงทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้ เงินมาในตอนที่ทำการค้าขาย โดยความไม่ยุติธรรม

โรคที่สาม โรคหัวใจ เรารู้กรรมเพราะเราได้เคยหลอกลวงให้เขารักเขาหลง และทำให้เขาชอกช้ำใจในอดีตชาติ ในชาตินี้จึงป่วยเป็นโรคหัวใจ

โรค ที่สี่ โรคประสาท เพราะกรรมในอดีตเราเป็นคนชอบดื่มสุราของมึนเมา

โรค ที่ห้า โรคกระเพราะ เพราะผลกรรมที่เราให้อาหารที่ไม่ดี อาหารที่เสีย แก่ ผู้อื่น

โรคที่หก โรคกระดูกทับเส้นประสาท มีสาเหตุมาจากการได้รับอุบัติเหตุก่อนที่จะมาบวชประมาณ ๕-๖ ปี

และ กลับมาปวดอีกครั้งที่สันหลัง และเข่า ทุกข์ทรมานมาก ปวดจนนอนไม่หลับ เมื่อมานั่งสมาธิก็รู้กรรมว่า “เราเคยตีงูที่หลัง แต่งูไม่ตายเราจึงได้รับผลแห่งกรรมนั้น” นีคือธรรมะเปิดโลก ทำให้เราได้ เห็น บาปเห็นกรรมที่เราได้ทำไว้ ด้วยตัวเราเอง หลวง พ่อบอกว่า “ถ้าเรารู้กรรมแล้ว และเราใช้กรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายไปเสีย เราจะได้ ไม่ต้องไปใช้กรรมในเมืองนรกอีก” นี่แหละเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้แม่ ชีไปขออนุญาตสามีเพื่อบวช โดยบอกว่าจะบวชเพียงสามเดือน เพื่อใช้หนี้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย แต่พอมาบวชแล้วได้รู้อะไรมากขึ้น กลัวตกนรกมาก จึงตัดสินใจไม่ลาสิกขา จึงอยู่ศึกษาธรรมะเปิดโลก เรียนรู้การสอนจากหลวงพ่อคงประมาณ ๑๓ ปี

ต่อมาไม่นาน หลวงพ่อคง ก็มรณภาพ คุณแม่อยู่ต่อที่วัดอีกสองปี รวมเป็นเวลา ๑๕ ปี ช่วงที่หลวง พ่อยังมีชีวิตอยู่ท่านก็ได้สอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน แต่เราก็ไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง เพราะปัญญาเรายังไม่พร้อม และเราก็รู้ว่า “เรายังมีอาสวะกิเลสอยู่ เราบวชมาเพื่อบรรลุนิพพาน ดังนั้น เราจึงแสวงหาครูบาอาจารย์ต่ออีก พอดี มีกัลยาณมิตร บอกข่าวมาว่า “คุณแม่จันดี โลหิตดี” น้องสาวของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ท่านเปิดสอนแม่ชี ถ้าใครได้ไปอยู่ก็ให้อยู่ได้ ๗ วัน ถ้ามีผลจากการปฏิบัติ มีสภาวธรรม ก็ให้อยู่ต่อ และคุณแม่จันดีกล่าวว่า “พระหลวงตาสอนท่านอย่างไร ท่านก็สอนเราอย่างนั้น”

แม่อยู่ปฏิบัติ กับคุณแม่จันดี ประมาณ ๒ ปี ก็ได้มาดูแลสำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีวัดย่านขาด จนถึงปัจจุบัน

หลายดวงใจ นอบน้อม…….สรรเสริญ

เป็นหนึ่ง เดียวอัญเชิญ……..เทพไท้

มาเป็นสิ่ง จำเริญ………..อารักษ์

อันโรคภัยเจ็บ ไข้………อย่าได้ มีมา

กาพย์ยานี

๑. เปลี่ยนปักษ์ศักราช………จึงประกาศราศีใหม่

ย้ายหนีปีวัวไป…………….เป็นขาลไซร้ปีห้าสาม

๒. ฝนผ่านกาลของแม่ ….เจ็ดเก้าแลแล้วกาลยาม

แม่คงยัง แรงงาม…………..บ่โทรมทรามไปตามวัย

๓. เป็นอยู่ผู้ทรงศีล…………สละสิ้นทุกข์วิสัย

หวังผลกุศลมัย……………..วินิจฉัย อยู่กับธรรม

๔. สอนสั่งด้วยตั้งใจ……….ประชาไทให้รู้กรรม

เมตตาวาจาคำ……………..ชี้ทางนำสว่างจริง

๕. ขอคุณบุญญาฤทธิ์………เทวาสิทธิ์สถิตสิง

ทั่วหล้าอาศัยอิง………….คอยเป็นสิ่งเฝ้าคุ้มครอง

๖. เป็นร่มห่มลูกหลาน…….ไปชั่วนานนิรันดร์ปอง

ขอแม่สดใสผ่อง……………ชนยกย่องกราบบูชา

๗. ศรีศรีสวัสดิ์ผล…………ทั่วสากลจนโลกา

ขอเชิญเทพดา……………ในแดนหล้ามาชุมนุม

๘. อินทราเทวาภพ…….อีกพรหมทบเสริมมาคลุม

สวรรค์หกชั้นกลุ่ม.…………..เป็นเกาะหุ้มป้องกันภัย

๙. หมื่นแสนจักรวาล……….น้อมสักการยิ่งหทัย

พร้อมพรด้วยอวยชัย..……………..ปีตินัยจิตมงคล

พระ มหาภาณิวิชญ์

๔ มกราคม ๒๕๕๓